ทำไม เชลซี ถึงเลือก เกรแฮม พอตเตอร์ เข้ามาเป็นเฮดโค๊ชคนใหม่ของสโมสร

ทำไม เชลซี ถึงเลือก เกรแฮม พอตเตอร์ เข้ามาเป็นเฮดโค๊ชคนใหม่ของสโมสร

หาก เชลซี ต้องการจะสร้างสโมสรให้เป็นทีมที่แข็งแกร่งในระยะยาวหลังจากที่ออกสตาร์ทในช่วงต้นฤดูกาลที่ไม่ค่อยดีมากเท่าที่ควร แน่นอนว่าการเลือก เกรแฮม พอตเตอร์ เข้ามาเป็นเฮดโค๊ชคนใหม่ของสโมสรก็ถือเป็นการตัดสินใจที่ไม่แย่เลย หลังจากที่ เกรแฮม พอตเตอร์ ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาสามารถทำผลงานกับ ไบรท์ตัน ได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วงต้นฤดูกาล โดยสามารถพาทีมอยู่ในอันดับต้นๆ ของตารางคะแนนได้ หลังจากเก็บชัยชนะมาได้ 4 นัด เสมอ 1 นัด และแพ้ไป 1 นัด

เกรแฮม พอตเตอร์ ได้พาทีม ไบรท์ตัน ขึ้นไปอยู่ในอันดับที่ 4 ของตารางคะแนน โดยมีคะแนน อยู่ที่ 13 คะแนน ตามหลัง ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ (อันดับ 3, 14 คะแนน), แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (อันดับ 2, 14 คะแนน) และจ่าฝูงในตอนนี้อย่าง อาร์เซนอล (อันดับ 1, 15 คะแนน) ซึ่งถ้ามองในภาพรวมแล้ว ไบรท์ตัน เป็นทีมที่มีตัวผู้เล่นที่เป็นรองกว่าหลายๆ ทีมใน พรีเมียร์ลีก รวมถึง เชลซี ด้วย แต่ เกรแฮม พอตเตอร์ สามารถผลักดันทีมเขาให้มาอยู่ในระดับนี้ได้ก็ถือว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

จากผลงานของเขามันก็แสดงให้เห็นว่าการที่ทีมจะประสบความสำเร็จได้การมีตัวผู้เล่นดีเพียงอย่างเดียวก็อาจจะไม่สามารถทำให้ทีมได้แชมป์ได้ หากว่าโค๊ชที่คุมทีมอยู่ไม่สามารถดึงศักยภาพของตัวนักเตะออกมาได้ และนั่นก็ทำให้ ท็อดด์ โบห์ลีย์ ประทับใจในผลงานของเขาจนทำให้เขาต้องดึงผู้จัดการทีมวัย 47 ปีรายนี้เข้ามาเป็นเฮดโค๊ชคนใหม่ของสโมสรแทนที่ โทมัส ทูเคิล

แม้ว่าเมื่อ 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา เกรแฮม พอตเตอร์ จะพาทีมทำผลงานได้ไม่ค่อยดีมาก หลังจากที่จบในอันดับที่ 15 ที่ 16 ใน พรีเมียร์ลีก แต่ผลงานเหล่านั้นก็ไม่สามารถเอามาลบล้างผลงานของเขาในปัจจุบันได้ เช่นเดียวกันกับ โทมัส ทูเคิล ที่แม้ว่าเขาจะเคยทำผลงานได้ดีเมื่อ 2 ฤดูกาลก่อน แต่มันก็ไม่สามารถลบภาพที่ไม่ดีในการพาทีมล้มเหลวในช่วงเริ่มต้นฤดูกาลนี้ได้ แม้ว่าเขาจะเคยพาทีมคว้าแชมป์สโมสรโลก และ แชมเปี้ยนส์ลีก มาแล้วก็ตาม

ลิเวอร์พูล อาจจะไม่มีนักเตะถึง 6 คนในเกมเปิดฤดูกาล พรีเมียร์ลีก

ลิเวอร์พูล อาจจะไม่มีนักเตะถึง 6 คนในเกมเปิดฤดูกาล พรีเมียร์ลีก

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมของ ลิเวอร์พูล ได้ออกมาเปิดเผยว่าทีมของเขาอาจจะไม่มีผู้เล่นถึง 6 คนสำหรับเกมเปิดฤดูกาลในบ้านที่พบกับ ฟูแล่ม ใน พรีเมียร์ลีก ซึ่งในตอนนี้ เคอร์ติส โจนส์ กลายเป็นผู้เล่นคนล่าสุดที่ถูกตัดออก หลังจากที่นักเตะกองกลางรายนี้ประสบปัญหาเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อซึ่งทำให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องวุ่นวายและปวดหัวเกี่ยวกับการเลือกตัวผู้เล่นในวันเสาร์นี้

นอกจากนี้ยังมีผู้เล่นคนอื่นๆ อีกหลายคนที่ยังไม่พร้อมที่จะลงสนามในเกมแรก ไม่ว่าจะเป็น อิบราฮิมา โคนาเต, ดิโอโก้ โชต้า, อเล็กซ์ ออกซ์เลด เชมเบอร์ลิน, ควิวีน เคลเลเฮอร์ และ คาลวิน แรมซีย์ ซึ่งพวกเขาต่างก็ต้องประสบกับปัญหาอาการบาดเจ็บเช่นกัน โดยทางด้านของ อิบราฮิมา โคนาเต นักเตะกองหลังวัย 23 ปีได้รับบาดเจ็บระหว่างเกมที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ สตราสบูร์ก ไปด้วยสกอร์ 3-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

เคอร์ติส โจนส์ กำลังมุ่งมั่นและเตรียมความพร้อมให้พร้อมกับการแข่งขันในทุกนัด แต่ต้องมาเผชิญกับอาการบาดเจ็บซะก่อน และที่จริง เคอร์ติส โจนส์ จะต้องลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมกับ สตราสบูร์ก แต่หลังจากที่มีอาการบาดเจ็บ เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็เลือกที่จะไม่ใช้งานนักเตะหนุ่มรายนี้ลงสนาม

จากอาการบาดเจ็บของนักเตะที่เกิดขึ้นยในทีมทำให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องเจอกับปัญหาตั้งแต่เกมแรกของการเปิดฤดูกาล พรีเมียร์ลีก และในตอนนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็ยังคงยืนยันที่จะไม่เสริมตัวผู้เล่นในตำแหน่งกองกลางเพิ่มเติมแม้ว่าจะมีเสียงเรียกร้องจากแฟนบอลให้มีการเซ็นสัญญาเพิ่มเติมก็ตาม

เอซี มิลาน เตรียมเซ็นสัญญากับ ฮาคิม ซิเย็ค กองกลางของเชลซี

เอซี มิลาน เตรียมเซ็นสัญญากับ ฮาคิม ซิเย็ค กองกลางของเชลซี

เอซี มิลาน มั่นใจว่าพวกเขาจะสามารถบรรลุข้อตกลงในการเซ็นสัญญาคว้าตัว ฮาคิม ซิเย็ค นักเตะกองกลางของ เชลซี มาร่วมทีมได้ในช่วงซัมเมอร์นี้ ตามรายงานของสื่อกีฬาดังของอิตาลี โดยสโมสรได้มีการติดต่อเรื่องการเซ็นสัญญากับนักเตะหนุ่มรายนี้เป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่พวกเขาต้องการที่จะเซ็นสัญญากับนักเตะเป็นครั้งแรกในช่วงซัมเมอร์นี้

ฮาคิม ซิเย็ค อยู่กับ เชลซี ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2020 ซึ่งเขาย้ายมาจาก อาเจ็กซ์ ไปลอนดอนด้วยค่าตัว 33.3 ล้านปอนด์ นักเตะทีมชาติโมร็อกโกรายนี้อยู่ภายใต้สัญญากับ เชลซี จนถึงฤดูร้อนปี 2025 และเล่นให้สโมสรไปแล้ว 83 นัด โดยทำได้ 14 ประตู เขาเป็นส่วนหนึ่งของทีม เชลซี ที่ชนะ แชมเปียนส์ลีก, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ และ คลับ เวิลด์ คัพ ในปี 2021 ในขณะที่เขายังได้รับสอง เอฟเอ คัพ และหนึ่งเหรียญรองแชมป์ คาราบาว คัพ

ระหว่างฤดูกาล 2021/22 นักเตะวัย 29 ปีลงเล่น 44 นัดในทุกรายการ โดยทำไป 8 ประตู และจ่ายอีก 6 แอสซิสต์ เขาเล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรุกเป็นหลัก แม้ว่าเขาจะแสดงความตั้งใจที่จะปรับตัวและความสามารถในการเล่นทุกที่ในแนวรุกให้กับทีมของ โทมัส ทูเคิล ซึ่ง เอซี มิลาน บรรลุข้อตกลงเมื่อวันศุกร์ โดยได้เปลี่ยนสัญญายืมตัวของ อเลสซานโดร ฟลอเรนซี นักเตะกองหลังของ เอเอส โรม่า เป็นสัญญาฉบับถาวรจนถึงฤดูร้อนปี 2025

ผู้เล่นของแมนยู กำลังติ่นตัวกับการเข้ามาคุมทีมของ เอริค เทน ฮาก

ผู้เล่นของแมนยู กำลังติ่นตัวกับการเข้ามาคุมทีมของ เอริค เทน ฮาก

นักเตะของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งเมื่อพวกเขากลับมาสู่เกมในช่วงปรีซีซัน เนื่องจากพวกเขาต้องการสร้างความประทับใจให้กับหัวหน้าโค้ชคนใหม่อย่าง เอริค เทน ฮาก ซึ่งกัปตันทีมอย่าง แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ก็เชื่อว่าปีศาจแดงหวังว่าความล้มเหลวของพวกเขาในช่วงไม่กี่ฤดูกาลที่ผ่านมาจะผ่านไปได้ด้วยดีเมื่อ เอริค เทน ฮาก จะเริ่มเข้ามาคุมทีมก่อนเปิดฤดูกาลใหม่

เอริค เทน ฮาก มีงานหลักอยู่ในมือของเขาในการแก้ไขปัญหาสำคัญหลายอย่างที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด ซึ่งกุนซือชาวเนเธอร์แลนด์นรายนี้ได้รับการแต่งตั้งหลังจากประสบความสำเร็จกับ อาแจ็กซ์ เป็นเวลา 5 ปี เขาจำเป็นต้องสร้างทีมใหม่ขึ้นมาหลังจากที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ประสบความสำเร็จในการทำทีมในช่วงหลายฤดูกาลที่ผ่านมา

แฮร์รี่ แม็คไกวร์ เผชิญกับคำวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงสำหรับการผลงานของเขาเองในฤดูกาลที่แล้ว และเขาต้องเรียกฟอรืมเก่งออกมาอีกครั้งให้ได้ก่อนเปิดฤดูกาล 2022-23 ซึ่งนักเตะกองหลังรายนี้เชื่อว่าผู้เล่นในทีมจะตื่นเต้นที่จะได้เป็นผู้เล่นตัวจริงภายใต้การคุมทีมของ เอริค เทน ฮาก ซึ่งเข้ามาแทนที่ ราล์ฟ รังนิค ที่กำลังจะออกจากทีม

แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ยังเตือนคู่แข่งชั้นนำ 4 ทีมของ พรีเมียร์ลีก ไม่ว่าจะเป็น แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ลิเวอร์พูล, เชลซี หรือ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ว่าฤดูกสลหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งอย่างแน่นอน ภายใต้การคุมทีมของ เอริค เทน ฮาก พร้อมกับความตื่นตัวของผู้เล่นในสโมสรตอนนี้ที่อยากจะโชว์ฝีมือของตัวเอง ให้ เอริค เทน ฮาก ได้เห็น

ดาวยิงปืนโต โธมัส แฟร์มาเล่น

นักเตะอาร์เซนอล ได้รับบทเป็นกัปตันทีมและต้องย้ายทีม

ทุกคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องที่งมงายสำหรับอาถรรพ์ที่เกิดขึ้นกับ 3 นักเตะหรือนักเตะดาวดังอีกมากมายที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกัปตันทีมของปืนใหญ่อาร์เซนอล ก็มักจะมีเหตุการณ์ที่ต้องทำให้ยายทีมไม่ว่าจะเป็นจิตใจ หรือความโลภครอบงำในตอนนั้น เพราะอาร์เซนอลเองในยุค 70-90 ยังไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่จึงทำให้นักเตะต่างมองว่าอยู่ในทีมนี้แล้วอาจจะไม่มีผลงานติดไม้ติดมือไปสู่ในอนาคต จึงหาทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับตัวเองจนย้ายทีม และกลายเป็นความเชื่อว่ามันคืออาถรรพ์ของอาร์เซนอลกับตำแหน่งกัปตันทีมที่กล่าวมา ไปดูกันว่า 3 นักเตะที่ต้องย้ายทีมกับตำแหน่งกัปตันทีมมีใครบ้าง

โธมัส แฟร์มาเล่น

ทัพหลังแห่งปืนใหญ่อาร์เซนอลย่าง โธมัส แฟร์มาเล่น อดีตเคยเป็นหัวหน้าทีม ในปี 2013 เขานั้นมีประวัติฟอร์มการเล่นให้กับอาร์เซนอลในตำแหน่งกองหลัง ผู้คุมทีมและสั่งการแนวหลังและกลางรับก่อนที่เขาจะเจอกับอาการบาดเจ็บอย่างรุนแรงจนไม่สามารถที่จะลงสนามแข่งได้และในช่วงนั้นเป็นช่วงของฟุตบอลโลกอยู่พอดีเขานั้นไม่ติดทีมชาติของเบลเยียมแต่ก็ไม่สามารถที่จะออกไปโลดแล่นบนเวทีโลกได้ และอาถรรพ์ที่เกิดขึ้นก็มาเยือนกับตัวเขาเองคือการเป็นกัปตันทีมได้เพียงแค่ 2 ปีที่อยู่กับ อาร์เซนอล ก่อนจะย้ายไปบาร์เซโลน่า ในปี 2015 และดูเหมือนว่าเจ้าตัวย้ายไปก็สามารถทำแชมป์กับบาร์เซโลน่าได้แบบสบาย

โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ย์

เจ้าพ่อเท้าขวาเพชฌฆาตแห่ง อาร์เซนอล ตอนนั้นเขาโด่งดังเป็นอย่างมากสำหรับ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ย์ ที่ย้ายมาจาก ต่างสโมสร เป็นกองหน้าชาวดัตช์ ที่พัฒนาตัวเองสู่นักเตะระดับโลกได้แบบรวดเร็ว แต่ความเป็นจริงแล้วเขาถนัดเท้าทั้งสองข้างไม่ว่าจะจับบอลข้างในก็ถามว่าทำประตูได้หมดทุกจังหวะ และในปี 2012 ทางสโมสรได้แต่งตั้งเขาเป็นกัปตันทีมต่อจาก เชส ฟาเบรกัส ในช่วงเวลานั้นไม่มีใครที่จะร้อนแรงเท่า โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ย์ อีกแล้ว เขาเก็บรายละเอียดทุกอย่างในตัวเขาเพื่อมาพัฒนาจนกลายเป็นบุคคลที่หยิ่งประตูสูงสุดของพรีเมียร์ลีกในตอนนั้น เป็นตัวหลักทีเด็ดบอลเต็งของทีมเลย แต่ในความดีใจก็มีความเสียใจปะปนไปด้วย เพราะเวลาต่อมาไม่นานหลังจากที่ได้ครองสถิติยิงสูงสุดของพรีเมียร์ลีกแล้ว ก็ต้องย้ายทีมเพื่อไปเล่นต่างถิ่นอีกด้วย แน่นอนว่าสโมสรนั้นก็คือสโมสรคู่แข่งอย่างแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ได้แล้วเขาก็ทำผลงานได้ดีต่อเนื่องโดยการคว้า อังกฤษ แชมป์พรีเมียร์ลีก และเป็นดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีกสมัยที่สองอีกด้วย

เชส ฟาเบรกัส

เชส ฟาเบรกัส

เชส ฟาเบรกัส มิดฟิลด์เพชรเม็ดงามชาวสเปน เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่โดนสโมสรยักษ์ใหญ่อย่างบาร์เซโลน่าปลุกปั้นขึ้นมาจนแข็งแกร่งจากทีมเยาวชนตั้งแต่ปี 2003 แล้วตอนนี้เขาก็ได้ย้ายมาค้าแข้งกับทีมอาร์เซนอลอย่างเป็นทางการในฐานะตัวหลักของทีมเลยก็ว่าได้ และในเวลาต่อมาไม่นานเขาก็ได้รับการแต่งตั้งจากสโมสรเป็นกัปตันทีม ที่ต้องคอยสั่งลูกทีมให้เชื่อมเกมกันทุกนัด เขามีจุดเด่นที่วิเศษคือการ ทำ แอสซิสต์ ให้เพื่อนอยู่ตลอดเวลา เรียกง่ายๆว่าเป็นทุกอย่างของแดนกลางตัวสุดท้าย จนมาถึงวันที่ต้องเข้าแคมป์ของทีมชาติ ก็ได้มาเจอกับเพื่อนร่วมทีมยุยงปลุกปั่นให้ เชส ฟาเบรกัส ย้ายกลับมาเล่นในถิ่นบ้านเกิด เพื่อความสำเร็จก้าวไกลในอนาคต แล้วในตอนนั้นเขาก็เล็งเห็นว่าอาร์เซนอลยังไม่มีทีท่าที่จะลุ้นแชมป์ใดๆทั้งสิ้น จึงตัดสินใจที่จะย้ายกลับไปยัง บาร์เซโลน่า ทีมเก่าของเขาในวัยเด็ก จึงกลายเป็นประเด็นการย้ายทีมของ เชส ฟาเบรกัส ในปี 2012 หลังที่อยู่กับอาร์เซนอลได้ไม่นาน

ไรท์ซ่า ชี้ “ปืน” ต้องการนักเตะอย่าง บังเอล เพื่อจบท็อป 4

ไรท์ซ่า ชี้ “ปืน” ต้องการนักเตะอย่าง บังเอล เพื่อจบท็อป 4

เอียน ไรท์ ตำนานกองหน้าของทีม “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล เชื่อว่าทีมของเขานั้นควรที่จะต่อสัญญาฉบับใหม่ให้กับมิดฟิลด์อย่าง โมฮัมเหม็ด เอลเนนี่

มิดฟิลด์ทีมชาติอียิปต์วัย 29 ปี นั้นเจอปัญหาในการสอดแทรกโอากสในการลงสนามในยุคการคุมทีมของ มิเกล อาร์เตต้า แต่นับตั้งแต่ โทมัส ปาร์เตย์ ได้รับบาดเจ็บทำให้ เอลเนนี่ ได้รับโอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงและผลงานดีในการพาทีมเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยสกอร์ 3-1 “พวกเรากำลังพูดถึงนักฟุตบอลที่ได้รับโอกาสลงสนามและทำในสิ่งที่ผู้จัดการทีมต้องการได้อย่างมีความเป็นมืออาชีพ” เอียน ไรท์ กล่าวกับ the Metro

“เอลเนนี่ อาจย้ายหลังจบฤดูกาลนี้ คุณเห็นผลงานของเขาในเกมกับ เชลซี ทำให้คุณคิดว่าถ้าหาก อาร์เซน่อล ต้องการท็อป 4 พวกเราจะต้องการนักเตะแบบนั้น เขาต้องอยู่ต่อ สำหรับเขาในการลงสนาม 2 เกมหลังสุด มันสำคัญมากๆ เขาเล่นได้ในระดับนั้นและเขาสามารถเสนออะไรให้กับทีมได้มากมาย”

มาร์สช์ ยัน ลีดส์ ไม่อยากปล่อย ราฟินญ่า

มาร์สช์ ยัน ลีดส์ ไม่อยากปล่อย ราฟินญ่า

เจสซี่ มาร์สช์ ผู้จัดการทีมชาวอเมริกันของทีม “ยูงส์ทอง” ลีดส์ ยูไนเต็ด ออกมาเปิดเผยว่าเขายังไม่ได้มีการคุยอนาคตกับสตาร์ของพวกเขาอย่าง ราฟินญ่า เกี่ยวกับการย้ายไปร่วมทีมบาร์เซโลน่า และเขาต้องการให้สตาร์วัย 25 ปี อยู่กับทีมต่อไป

บาร์เซโลน่า นั้นกำลังมีข่าวอย่างหนักในการเสริมทีมตลอดระยะเวลาหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาและแนวรุกทีมชาติบราซิล เป็นหนึ่งในนักเตะที่พวกเขาให้ความสนใจ

“เขายอดเยี่ยมตลอด 45 นาทีในเกมนัดทดสอบที่พวกเรามี เขามีพรสวรรค์สูงมากๆและเขาก็เป็นคนที่ชอบความท้าทาย แม้ว่าจะมีการพูดถึงเขาอยู่ภายนอกก็ตาม” เจสซี่ มาร์สช์ กล่าว

“พวกเรากำลังโฟกัสให้กับการช่วยเหลือทีมในขณะที่เขาอยู่ที่นี่ ผมยังไม่ได้คุยดกับ เดโก้ หรือว่าทาง บาร์เซโลน่า มันควรเป็นแบบนั้นเพราะว่าเขากำลังยอดเยี่ยมมากๆ ผมต้องการให้เขาเป็นนักเตะอย่างที่เขาต้องการที่จะเป็นและอยู่กับเราให้นานที่สุด”

กาเบรียล เผยแข้ง “ปืน” เปลี่ยนใจให้เขาย้ายมาร่วมทีม

กาเบรียล เผยแข้ง “ปืน” เปลี่ยนใจให้เขาย้ายมาร่วมทีม

กาเบรียล มากัลเญส ปราการหลังจอมแกร่งชาวบราซิลเลี่ยน ของทีม “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ออกมาพูดถึงนักเตะที่มีส่วนสำคัญในการโน้มน้าวใจให้เขาย้ายมาร่วมทีมแห่งนี้ หลังจากที่เจ้าตัวเคยเกือบที่จะย้ายไปร่วมทีมเอฟเวอร์ตัน

กาเบรียล ย้ายมาร่วมทีมอาร์เซน่อลบ ด้วยค่าตัว 23.4 ล้านปอนด์ จากทีมลิลล์ ในขณะที่ทีมอย่าง เอฟเวอร์ตัน, นาโปลี และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เองก็ให้ความสนใจเช่นเดียวกัน “ลีลล์ เป็นทีมที่ยอดเยี่ยม สโมสรที่ขายนักเตะออกไปหลายคน” กาเบรียล มากัลเญส กล่าวกับสื่ออย่าง Sport Witness

“ดังนั้นผมรู้ดีว่าผมต้องแสดงตัวตนของผมเอง ในหน้าหนาวเมื่อปี 2019-2020 ก่อนที่ลีกจะหยุดไป ผมเตรียมที่จะย้ายไป เอฟเวอร์ตัน ผมเข้าตรวจร่างกายเรียบร้อยแล้ว” 

“แต่ว่ามันไม่เสร็จสินเรียบร้อย ผมคิดว่าผมจะได้ย้ายทีมในฤดูกาลนั้น ผมคุยกับ นาโปลี, เอฟเวอร์ตัน แต่าก็อีก ผมเลือก อาร์เซน่อล ก็เพราะว่า นิโคลาส เปเป้ คนที่ขายซะจนผมเชื่อจนย้ายมาที่นี่”

5 ผู้จัดการทีมที่คว้าแชมป์มากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล

5 ผู้จัดการทีมที่คว้าแชมป์มากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล

การคุมสโมสรฟุตบอลเป็นหนึ่งในงานที่ยากที่สุด เพราะมีเพียงสิ่งเดียวที่สำคัญ นั่นคือแชมป์ ผู้จัดการทีมถูกตัดสินจากความสามารถของเขากันที่แชมป์

ผู้จัดการทีมที่ยอดเยี่ยมหลายคนเช่น อาร์ริโก้ ซาคคี่ และ โยฮัน ครัฟฟ์ สามารถคว้าแชมป์ได้มากมาย ในขณะที่ผู้จัดการทีมบางคนไม่สามารถคว้าแชมป์ได้มากนักแม้จะมีทักษะการฝึกสอนที่ยอดเยี่ยมก็ตาม

การคว้าถ้วยรางวัลเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผู้จัดการทีมทุกคนในวงการฟุตบอล ผู้จัดการทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดหลายคนในประวัติศาสตร์ที่รีไทร์ไปแล้ว แต่มรดกของพวกเขายังคงอยู่ เราได้รวบรวมรายชื่อ 5 ผู้จัดการทีมที่คว้าแชมป์มากที่สุดมาไว้ที่นี่แล้ว

5 จ็อค สไตน์ (26 แชมป์)

#5 จ็อค สไตน์ (26 แชมป์)

จ็อค สไตน์ ประสบความสำเร็จในช่วงทศวรรษ 1960 และ 1970 เขาผ่านการคุมทีมมี ดันเฟิร์มลิน, ฮิเบอร์เนี่ยน, ลีดส์ ยูไนเต็ด และทีมชาติสก็อตแลนด์ แต่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขามาในฐานะผู้จัดการทีม กลาสโกว์ เซลติก

สไตน์ ก้าวมาเป็นผู้จัดการทีมของ เซลติก ในปี 1965 และคว้าแชมป์แรกกับสโมสรอย่างสก็อตติช คัพ ได้ในทันที สไตน์ เป็นผู้จัดการทีมชาวอังกฤษคนแรกที่คว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ ได้ หลังจากพา เซลติก ได้แชมป์ในปี 1966-67

โดยรวมแล้ว สไตน์ ได้ 25 แชมป์ในฐานะเฮดโค้ชของ เซลติก และอีก 1 แชมป์กับ ดันเฟิร์มลิน

4 เป๊ป กวาร์ดิโอล่า (31 แชมป์)

#4 เป๊ป กวาร์ดิโอล่า (31 แชมป์)

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กวาดแชมป์มามากมายกับหลายประเทศ เขาคุมทั้ง บาร์เซโลน่า, บาเยิร์น มิวนิค และปัจจบุันกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

กวาร์ดิโอล่า เริ่มต้นอาชีพผู้จัดการทีมที่ บาร์เซโลน่า ในปี 2008 และสามารถกวาดไปถึง 3 แชมป์ได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรก ที่นี่เขาคว้าแชมป์มากมายก่อนย้ายไป บาเยิร์น มิวนิค ในปี 2013 และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในปี 2016 ซึ่งเขาประสบความสำเร็จไม่ต่างกันเลย

กวาร์ดิโอล่า ได้แชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัย, ลีก คัพ 4 สมัย และ เอฟเอ คัพ 1 สมัยในฐานะผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ส่วนที่ บาร์เซโลน่า เขาคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 สมัย, ลาลีกา 3 สมัย, โกปา เดล เรย์ 2 สมัย และ ซูเปร์โกปา เด เอสปันญ่า 3 สมัย

ที่บาเยิร์น เขาได้แชมป์บุนเดสลีกา 3 สมัย และเดเอฟเบ โพคาล 2 สมัย นอกจากนี้ กวาร์ดิโอล่า ยังได้แชมป์ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ และ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ อย่างละ 3 สมัย และคอมมิวนิตี้ 2 สมัยอีกด้วย

3 วาเลรี่ โลบานอฟสกี้ (33 แชมป์)

#3 วาเลรี่ โลบานอฟสกี้ (33 แชมป์)

วาเลรี่ โลบานอฟสกี้ เป็นผู้จัดการทีมชาวยูเครนที่ทำให้ ดินาโม เคียฟ เป็นหนึ่งในทีมชั้นนำของยุโรปในยุค 70 และ 80 เขาเข้าสู่วงการผู้จัดการทีมเมื่ออายุ 30 ปี

สโมสรแรกที่เขาคุมทัพคือ ดนิโปร ดนิโปรเปตรอฟส์ค ในปี 1968 ก่อนโยกไป ดินาโม เคียฟ ในปี 1973 เขาใช้วิทยาศาสตร์และการคำนวณทางคณิตศาสตร์เพื่อกำหนดระดับของผู้เล่นของเขาสำหรับการแข่งขัน นอกจากนี้เขายังทำให้แน่ใจว่าผู้เล่นเอาท์ฟิลด์ของเขาทุกคนสามารถเล่นได้ในทุกตำแหน่งและเน้นไปที่การเพรสซิ่งสูงอีกด้วย

โลบานอฟสกี้ ได้แชมป์ลีกถึง 13 สมัย, บอลถ้วย 12 สมัย, ยูฟ่า คัพ วินเนอร์ส คัพ 2 สมัย รวมถึง กัลฟ์ คัพ ออฟ เนชั่นส์ เขาเสียชีวิตลงในปี 2002

2 มีร์เชีย ลูเชสคู (37 แชมป์)

#2 มีร์เชีย ลูเชสคู (37 แชมป์)

มีร์เชีย ลูเชสคู ผู้จัดการทีมชาวโรมาเนียผ่านกาคุมทีมชาติโรมาเนียและหลายสโมสร ซึ่งรวมถึง ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค, เบซิคตัส, อินเตอร์ มิลาน และ เซนิต เซนต์ ปีเตอส์เบิร์ก เป็นต้น เขาได้แชมป์มากมาย ซึ่งรวมถึงแชมป์ลีกยูเครน 8 สมัย, ยูเครน คัพ 6 สมัย, ยูเครน ซูเปอร์ คัพ 7 สมัย และ ยูฟ่าคัพ 1 สมัย

ลูเชสคู ได้แชมป์ 37 สมัยตั้งแต่เริ่มคุมทีมในปี 1979 ปัจจุบันเขาคุมทีม ดินาโม เคียฟ ในยูเครน และเป็นหนึ่งในผู้จัดการทีมไม่กี่คนที่ผ่านการคุมทัพ 100 เกมในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

1 เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน (48 แชมป์)

#1 เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน (48 แชมป์)

เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นผู้จัดการทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลในวงการฟุตบอล เฟอร์กูสัน เริ่มต้นอาชีพผู้จัดการทีมในสก็อตแลนด์ก่อนจะย้ายไปอังกฤษ ซึ่งเขารับตำแหน่งผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 1986 เขาพัฒนาสโมสรให้เป็นมหาอำนาจระหว่างทศวรรษ 1990 และ 2000

เฟอร์กูสัน พาทีมปีศาจแดงคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ในปี 1999 โดยคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 13 สมัย, เอฟเอ คัพ 5 สมัย, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 สมัย และ ลีก คัพ 4 สมัยร่วมกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เฟอร์กูสัน ยังได้ 12 แชมป์ในสก็อตแลนด์กับ เซนต์ เมียร์เรน และ อเบอร์ดีน อีกด้วย เขารีไทร์ในปี 2013 หลังจากพา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยสุดท้าย

โรบินสัน เชื่อ “หงส์” ไม่ขาย โกเมซ ให้ วิลล่า

โรบินสัน เชื่อ “หงส์” ไม่ขาย โกเมซ ให้ วิลล่า

พอล โรบินสัน อดีตผู้รักษาประตูของทีมลิเวอร์พูล ออกมาพูดถึงข่าวลือความสนใจของทีมแอสตัน วิลล่า ที่มีต่อ โจ โกเมซ ปราการหลังของทีม “หงส์แดง” และเชื่อว่าไม่มีทางที่พวกเขาจะปล่อยตัว โกเมซ ออกไปในเดือนมกราคม

อนาคตของ โจ โกเมซ นั้นยังคงไม่แน่นอนในฤดูกาลนี้ เนื่องจากเขากำลังกลายเป็นตัวเลือกที่รองลงมาของ เจอร์เก้น คล็อปป์ และได้รับโอกาสลงสนามที่จำกัดจำเขี่ย

“ทางเดียวที่ โจ โกเมซ นั้นจะย้ายออกจาก ลิเวอร์พูล ก็ตือเมื่อะเขาเป็นคนบีบบังคับให้สโมสรปล่อยตัวเขาออกไป เขาอาจจะบอก เจอร์เก้น คล็อปป์ ว่าเขาอยากย้ายทีม” พอล โรบินสัน กล่าว

“คล็อปป์ จะไม่มีทางให้เขาย้ายทีมออกไปตอนครึ่งฤดูกาลอย่างแน่นอนหลังจากที่พวกเขาเจอกับปัญหานักเตะในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คเมื่อปีที่แล้ว มันส่งผลกับพวกเขาเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา โกเมซ จะไม่ใช่นักเตะที่ คล็อปป์ แฮปปี้ที่จะปล่อยตัวและผมเองก็ไม่คิดว่าสโมสรจะปล่อยตัวเขาออกไปด้วยเช่นเดียวกันในตลาดนักเตะเดือนมกราคมนี้”